คนไม่รักดี

posted on 28 Jan 2009 12:52 by ornnami

 นานมาแล้ว เจ้าเมืองพาราณสี มีราชโอรส 7 องค์ องค์ใหญ่มีนามว่า ปทุม ครั้งนั้นเจ้าเมืองพาราณสีได้รับสั่งเรียกราชโอรสทั้ง 7 มาเข้าเฝ้าแล้วกล่าวว่า “ลูกเอ๋ย ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ยากจะเดาได้นัก อันตรายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อแก่พวกเจ้าทั้งหลาย อย่ากระนั้นเลย พวกเจ้าจงเข้าไปอยู่ในป่าก่อน เมื่อพ่อสวรรคตแล้วค่อยกลับมายังวัง รับเอาราชสมบัติเถิด”

พระโอรสทั้ง 7 แม้บางองค์จะไม่เข้าใจดีนักในคำที่บิดากล่าว แต่ก็ต้องอำลาจากเมืองเกิดของตนเข้าป่าพร้อมด้วยภรรยาทั้ง 7 นาง

เมื่อเข้าป่าได้ไม่นานเกิดความแห้งแล้งหาผลไม้ยากเต็มที แม้สัตว์ป่า ปลาในนทีก็ยากแท้จะเห็น ด้วยความหิวโหยโอรสทั้ง 7 จึงฆ่าภรรยาของตนกิน ตั้งแต่ภรรยาของโอรสองค์เล็ก จนถึงภรรยาของโอรสองค์ที่ 6 เมื่อไม่มีใครแล้ว ทุกคนจึงมองมาที่ภรรยาของโอรสองค์ใหญ่

ด้วยความรักที่มีต่อภรรยาคนนี้อย่างสุดกำลัง พระองค์จึงพาภรรยาหนีไปอย่างสุดชีวิต ทุกก้าวย่างต้องผ่านป่า ผ่านหนามเหยียบย่ำจนเท้านองด้วยเลือด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยห่างไกลจากน้องๆ ทั้ง 6 แล้ว พระองค์จึงนั่งพักลงพร้อมกับภรรยาแสนรัก

นางเหนื่อยมากจนสุดกำลัง ด้วยไม่เคยตกระกำลำบากเช่นนี้มาก่อน “ท่านพี่ข้าหิวน้ำเหลือเกิน” นางเผยปากอันซีดเซียวขึ้นขณะนั่งพักใต้ร่มไม้

ปทุมกุมาร แลซ้ายหันขวา วิ่งไปดูข้างหน้า หรือเดินหาแถวนั้น ก็ไม่พบแม่น้ำ หรือบ่อน้ำที่จะพอหาให้นางดื่มกินดับกระหายด้วย ความรักที่เกิดขึ้นจากดวงใจแท้ๆ ย่อมสามารถทำได้แม้จะเจ็บปวดเพียงใด พระองค์เอาดาบที่พกมาด้วยกรีดลงที่ท่อนแขน ใช้ใบไม้รองแล้วค่อยๆ เอาไปให้นางกินแก้กระหาย

นางก็ดื่มทั้งที่หลับตา จากนั้นปทุมกุการก็ได้อุ้มภรรยาซึ่งเหนื่อยล้าจนเดินไม่ได้ไปตามทาง จนในที่สุดก็พบแม่น้ำแห่งหนึ่ง ชื่อว่าแม่น้ำโคธา พระองค์กับภรรยาจึงได้ใช้เป็นที่อาศัย สร้างกระท่อมอยู่ตรงนั้นกันมา

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กับภรรยานั่งสนทนากันอยู่บนกระท่อมนั้น ก็มีแพเล็กๆ ลอยมาตามแม่น้ำ บนแพนั้นปรากฏว่าเป็นคนซึ่งนอนร้องคร่ำครวญอย่างทุกข์ทรมาน เมื่อดึงแพมาเทียบฝั่งแล้วก็ปรากฏว่าเป็นโจรซึ่งถูกลงโทษสถานหนัก ถูกจับตัดแขนขา แล้วปล่อยให้ลอยมาตามยถาบนแพ แม้จะถูกภรรยาคัดค้านประการใด พระองค์ก็ไม่ฟัง ด้วยความเมตตาที่มีอยู่ในจิตใจ จึงได้ช่วยโจรพิการนั้น นำขึ้นบนกระท่อมเลี้ยงดู ให้อาหารอย่างอาทร

ทุกวันพระองค์จะเข้าป่าเพื่อหาอาหารมาเลี้ยง 3 ชีวิต คือ ภรรยา โจรพิการ และตัวพระองค์เอง ทิ้งโจรพิการกับภรรยาอยู่บ้านเพียงสองคน เมื่อโจรพิการ และภรรยาอยู่ด้วยกันนานเข้า ทั้งสองจึงเกิดความรัก และได้นอกใจปทุมกุมาร

ทั้งสอง คือโจรพิการ และภรรยาของปทุมกุมารจึงคิดกันว่า จะฆ่าปทุมกุมารเสีย เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งสองเห็นชอบด้วยอุบายนั้น

วันหนึ่ง เมื่อปทุมกุมารนั่งคุยกับภรรยานั้น นางได้พูดขึ้นว่า “ท่านพี่ เมื่อวานที่ฉันกับพี่ได้หนีตายไปตามป่าเขานั้น ฉันได้บนบานกับเจ้าป่าไว้ บัดนี้เรารอดชีวิตด้วยการบนบานนั้น เราควรจะไปทำการแก้บนเถิด” “ เธอได้บนอะไรไว้หรือ ?” ปทุมกุมารถาม

“ฉันบนไว้ว่าจะไปรำถวายที่ยอดเขา” เมื่อเห็นพ้องต้องกันตามอุบายของนางว่าจะต้องแก้บน ปทุมกุมารก็พานางออกเดินทางขึ้นไปยังยอดเขานั้น เพื่อที่จะรำถวายแก้บนตามคำของนาง ขณะที่นางกำลังรำแก้บนนั้น ปทุมกุมารได้นั่งอยู่ริมหน้าผา แต่พอเผลอนางภรรยาใจหยาบช้าก็ผลักให้ตกลงร่วงมาทันที จากนั้นนางก็กลับไปอยู่กับโจรพิการผู้เป็นชู้

ส่วนปทุมกุมาร ด้วยบุญที่ได้ทำมา และจิตใจที่เมตตาทุกนาที จึงตกมายังพุ่มไม้ต้นมะเดื่อไม่ทันถึงภาคพื้น ทำให้รอดตายราวปาฏิหาริย์ พระองค์ได้เก็บลูกมะเดื่อกินเพื่อยังชีพ ครั้งนั้นเอง มียักษ์ใหญ่ตัวหนึ่ง เห็นปทุมกุมารตกลงจากเขามีร่างกายไม่แข็งแรงจึงให้ขึ้นหลัง แล้วนำพามาส่งยังเขตแดนของเมือง พอดีกับครั้งนั้น พระบิดาสวรรคตลง พระองค์จึงเข้าไปรับราชสมบัติเป็นพระราชาครองกรุงพาราณสีต่อไป หลังจากครองเป็นเจ้าเมืองแล้ว ก็รับสั่งให้สร้างโรงทาน ให้ทานแด่คนยากจากทุกสารทิศ

ส่วนภรรยากับโจรพิการนั้น หลังจากสิ้นปทุมกุมาร ก็ไม่มีใครออกไปหาอาหาร ทำให้อดยากปากแห้ง ต้องออกเดินทางจากป่าเขามุ่งสู่เมืองใหญ่ เมื่อถึงเมืองใหญ่ก็ไม่มีการงานทำ ต้องตะเวนขอทานตามบ้านผู้คน โดยเอาโจรพิการใส่ตระกร้าแบกไปตามเมือง พอรู้ข่าวว่าเขาให้ทานกันที่หัวเมือง จึงไปเพื่อจะรับทานบ้าง

ครั้งนั้น ปทุมกุมารได้ออกมาตรวจโรงทานพอดี ได้เห็นอดีตภรรยา กับเจ้าโจรใจหยาบช้า ก็จำได้ จึงให้อำมาตย์เรียกมา ทีแรกพระองค์ตั้งใจจะเอาดาบฟันเสียให้ตายทั้งคู่ แต่ด้วยพระองค์มีสติจึงระงับไว้ แต่ได้รับสั่งให้เสนาอำมาตย์เอาตระกร้าที่ใส่โจรพิการนั้นผูกไว้บนหัวของนาง มัดให้แน่น ให้อาหารไปนิดหน่อยแล้ว ขับไล่เสียจากพระนครของพระองค์

คนใจหยาบช้าไม่รู้คุณคน บั้นท้ายแห่งชีวิตนั้น มักจะได้รับแต่ความลำบาก และยังถูกคนดูหมิ่นอีกมากมาย


**************************

อ้างอิง :: ลานธรรมจักร ::

Comment

Comment:

Tweet