บทคัดย่อ : นานมาแล้ว มีเมือง ๆ หนึ่ง ในเมืองนั้น มีหญิงหม้ายคนหนึ่งอาศัยอยู่กับบุตรชาย หญิงหม้ายนี้มีฐานะยากจนมาก อาชีพของนางคือเก็บผักหักฟืนขาย วันหนึ่งนางจนใจเพราะไม่สามารถหาของมาขายได้ นางกลัวลูกจะอดตาย จึง...
นานมาแล้ว มีเมือง ๆ หนึ่ง ในเมืองนั้น มีหญิงหม้ายคนหนึ่งอาศัยอยู่กับบุตรชาย หญิงหม้ายนี้มีฐานะยากจนมาก อาชีพของนางคือเก็บผักหักฟืนขาย วันหนึ่งนางจนใจเพราะไม่สามารถหาของมาขายได้ นางกลัวลูกจะอดตาย จึงเอาขี้ไคลในบริเวณอวัยวะเพศของนางให้ลูกชายไปขาย ลูกชายก็นำสิ่งที่นางให้ติดตัวออกเดินทาง เมื่อไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็เอาออกตากไว้กลางแจ้ง ขณะนั้นมีไก่ตัวผู้ตัวหนึ่งมาจิกกิน ชายนั้นจึงไล่จับไก่ เจ้าของไก่มาพบเข้าจึงขอชดใช้ แต่เขาไม่ยอมจะขอไก่ตัวนั้น เจ้าของไก่ก็ยกให้

ลูกชายหญิงหม้ายอุ้มไก่เดินทางต่อไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ไปพบบ้านหนึ่งที่มีคนตาย เขาเข้าไปอาศัยอยู่ขณะที่ศพยังตั้งอยู่บนบ้าน ขณะที่อาศัยอยู่นั้นเขาอุ้มไก่อยู่ตลอดเวลา เจ้าของบ้านรู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น เขาตอบว่าไก่ของเขาเป็นไก่วิเศษ ขันเป็นเงินเป็นทอง เกรงว่าขโมยจะลักขโมยไก่ไป คืนหนึ่งเขาแอบหักคอไก่ให้ตายแล้วเอาใส่โลงศพ รุ่งขึ้นจึงโวยวายว่าไก่หาย เมื่อตรวจสอบดูพบว่าไก่อยู่ในโลง เขาจึงบอกว่าศพคนตายขโมยไก่ เจ้าของบ้านยินดีที่จะชดใช้ แต่เขากลับขอศพไป เจ้าของศพก็ยินยอม

ศพคนตายถูกแบกไปจนกระทั่งถึงทางช้างผ่าน ลูกชายหญิงหม้ายนำศพไปนอนขวางไว้ เอาผ้าคลุมแล้วจับแมลงภู่ใส่ไว้ให้มีเสียงดังฮือ ๆ เหมือนเสียงครางของคน ครานั้นมีควาญช้างขี่ช้างมาถึง ควาญช้างได้ขอร้องให้เขาเอาสิ่งกีดขวางทางออกไป เขาก็บอกว่าปู่ของเขาไม่สบายไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ควาญช้างไม่เชื่อจึงไสช้างเดินผ่าน ช้างได้เหยียบศพนั้น เขาจึงกล่าวโทษ จนควาญช้างต้องชดใช้โดยมอบช้างให้เป็นการทดแทน

เมื่อได้ช้างแล้ว ลูกชายหญิงหม้ายได้ขี่ช้างเดินทางไปอีก กระทั่งได้พบหมู่บ้านที่ขายหม้อดิน ช้างของเขาซุกซนไปเหยียบหม้อของชาวบ้านแตก ชาวบ้านจึงยึดช้างไว้ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอเศษหม้อดินกับฝาหม้อเป็นที่ระลึก

ชายนั้นระหกระเหินไปจนไปพบหนองน้ำแห่งหนึ่ง หนองน้ำนั้นมีนกกวักอาศัยอยู่ นกกวักตัวเมียตัวหนึ่ง กำลังร้องเสียงกวัก ๆ เขารู้สึกรำคาญ จึงเอาเศษหม้อขว้างไปถูกนกตัวนั้นพร้อมนำไปปิ้ง แล้วเอาน้ำมันทาเศษหม้อดินไว้ จากนั้นก็เดินทางต่อ

การเดินทางครั้งล่าสุด ลูกชายหญิงหม้ายไปพบธิดาสาวของเจ้าเมืองขณะนั่งทอหูกอยู่ เขาแอบเอาน้ำมันนกกวักไปทากระดานที่นั่งของนางขณะที่นางลุกจากที่ เมื่อนางกลับมานั่งทอหูกแล้วลุกขึ้น ทันใดนั้นอวัยวะเพศของนางก็ร้องขึ้นเป็นเสียงกวัก ๆ หากนางนั่งลงเสียงร้องก็เงียบหายไป แต่เมื่อใดนางลุกขึ้นจากที่ อวัยวะเพศก็จะร้องเป็นเสียงกวัก ๆ ทันที
เรื่องราวที่เกิดสร้างความอับอายแก่เจ้าเมืองมาก เจ้าเมืองจึงประกาศให้คนมารักษา แต่ไม่มีผู้ใดรักษาได้ ลูกชายหญิงหม้ายจึงขออาสาโดยมีเงื่อนไขว่า ถ้ารักษาได้ จะขอแต่งงานกับนาง เจ้าเมืองก็ยินยอม เขาจึงเอาฝาหม้อไปเช็ดที่นั่งของนาง อาการดังกล่าวก็หายไป ลูกชายหญิงหม้ายจึงได้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าเมืองตามเงื่อนไข

หลังจากแต่งงานแล้ว เขานำขบวนช้างขบวนม้าไปรับหญิงหม้ายผู้เป็นมารดามาอยู่ในคุ้มเจ้าด้วย หญิงหม้ายและลูกชายเสวยสุขตั้งแต่บัดนั้นตราบสิ้นอายุขัย

นิทานเรื่องนี้ อ่านดูแล้วอาจเห็นเป็นนิทานชาวบ้านธรรมดาโดยทั่วไปที่มักยกเอาเรื่องเพศมาสร้างเรื่อง แต่หากพิจารณาดูลึก ๆ แล้ว คนสร้างเรื่องอาจมีอะไรแฝงลึก ๆ อยู่ในใจ โดยเฉพาะเรื่องของชนชั้น สังเกตจากหญิงสองคนที่อยู่ต้นเรื่องกับท้ายเรื่อง หญิงต้นเรื่องมีสถานะเป็นหญิงหม้ายผู้ยากไร้ แต่หญิงท้ายเรื่องเป็นลูกสาวของเจ้าเมือง สิ่งที่หยิบยกให้เห็นชัดเป็นอวัยวะเพศที่ฝ่ายแรกสามารถแลกได้ถึงช้าง แต่ฝ่ายหลังได้รับความอับอาย นิทานเรื่องนี้คิดได้หลายแง่มุม อาทิ เป็นความทะเยอทะยาน เป็นการแก้แค้นหรือเพ้อฝัน คิดได้ทั้งนั้นแหละครับ

สนั่น ธรรมธิ
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 




www.thainews70.com

Comment

Comment:

Tweet

สีนัราะ

#3 By (125.25.86.32) on 2009-07-27 14:20

big smile open-mounthed smile


#2 By (125.25.86.32) on 2009-07-27 14:19

วาว....................ได้คิด ดีจังค่ะ ชอบbig smile