พรที่เป็นจริง

posted on 12 Jul 2009 08:42 by ornnami

http://uppic.mangmoo.com/images/92post_1_1089723777.jpg

สอนคุณธรรมอย่างไร

 

ให้มีความพอเพียง  การมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้าย

พื่อรู้ รัก และฝึกจนเคยชิน คิดให้ด ี

นิทานคติ เรื่อง : พรที่เป็นจริง

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีชายยากจนผู้หนึ่ง เขาเป็นคนขยัน แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีเงินเหลือ หากเขาพบใครน่าสงสารเขาก็จะเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่เรียกร้องอะไร เขารู้สึกว่ามีความสุขแล้ว และด้วยความดีนี้เขาจึงได้แต่งกับหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่พ่อของเธอได้รับความช่วยเหลือจากเขา และได้ยกลูกสาวให้ ภรรยาที่แสนสวยผู้นี้ก็เป็นคนขยันอย่างยิ่ง ทำทุกอย่างที่ทำได้ ทั้งสองต่างรักกัน และมีความสุขด้วยกัน แม้ชีวิตจะแร้นแค้นยิ่งนัก ทั้งสองชอบที่จะมานั่งเล่นคุยกันหน้าเตาผิงเมื่อเสร็จงานในแต่ละวัน พูดคุยกันไป ทำงานเล็กๆ เช่นถักสานหรือเย็บผ้าไปพร้อมๆ กัน

วันหนึ่งภรรยาของเขาได้เอ่ยขึ้นว่า ข้าหวังว่าเราจะมีเงินมากๆ

ชายยากจนจึงเอ่ยตอบว่า กี่ครั้งกันแล้วละที่พวกเราต่างหวังเช่นนั้น แต่ว่ามันก็ไม่เคยเป็นจริงสักที

แล้วทั้งสองก็หัวเราะร่วมกัน จากนั้นก็ทำงานกันต่อไป

ในวันต่อมาชายคนนี้ก็เข้าป่าเพื่อไปตัดต้นไม้เพื่อนำไปขาย ทันใดนั้นก็มีนางฟ้าตัวเล็กๆ ปรากฏกายขึ้นบนต้นไม้ที่เขากำลังจะฟัน นางฟ้าตัวเล็กเดินและเต้นไปมา พลางเอ่ยว่า

เจ้าคือชายที่คำภาวนาไม่เคยเป็นจริงรึ

ชายยากจนรู้สึกตื่นกลัว มันเหมือนดังกับฝัน ใครก็จะคิดว่านางฟ้ามีจริงกันเล่า แม้ตกใจเพียงใด เขาก็ยังคงตอบไปว่า

ใช่ เป็นข้าเอง แต่ข้าไม่ได้บ่น หรือกล่าวโทษต่อสิ่งใดๆ นะ

นางฟ้ายิ้ม เธอหยุดยืนนิ่ง แล้วกล่าวตอบว่า

 

ก็ดี ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้โทษว่าฟ้า แต่ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าฟ้านั้นยุติธรรม ข้าจะให้พรเจ้า 3 ประการ เจ้าจะได้ทุกสิ่งที่เจ้าขอ แต่จงใส่ใจไว้ให้ดี ข้าให้เจ้าเพียงแค่ 3 ข้อเท่านั้น ไม่มีเพิ่มอีก จงระวังสิ่งที่เจ้าขอ

เหมือนมีความรู้สึกส่นสะท้านไปทั้งร่าง และเย็นสบายอย่างยิ่ง คล้ายตอนเช้าของฤดูใบไม้ผลิที่ฝนเพิ่งหยุดตก ชายยากจนรู้สึกเบิกบานใจนัก แต่เมื่อมองไปที่ต้นไม้ นางฟ้านั้นก็หายไป

 

ชายยากจนคิดแล้วคิดอีกว่าเขาไม่ได้ฝันไป เขารู้สึกตื่นเต้นยินดี และรีบวิ่งกลับบ้าน พลางร้องตะโกนเรียกชื่อภรรยาไปตลอดทาง

เมื่อถึงบ้านเขาก็เล่าเรื่องราวให้ภรรยาฟัง ภรรยาสาวทำสัญญาณให้เขาเงียบ และบอกเขาว่า

"เก็บเรื่องราวของท่านไว้คุยกันคืนนี้ อย่าดีใจเกินไป อย่าเสียใจเกินไป สงบใจไว้ก่อน"

 

ชายยากจนจึงค่อยๆ สงบลง ภรรยานำน้ำมาให้เขาดื่มก่อน แล้วทั้งคู่ต่างก็ทำงานของตนเองต่อ และทั้งคืนนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ได้รับการบอกเล่าอีกครั้ง ทั้งสองต่างพูดคุยกันว่าจะขอพรเช่นไรดี

จนกระทั่งเช้า ชายยากจนผู้โชคดีจึงเอ่ยขึ้นว่า

พวกเราค่อยๆ คิดกันดีไหม ไม่ต้องเร่งร้อนหรอก นางฟ้าเตือนข้าว่าให้ระวังสิ่งที่ขอให้ดีไงละ ที่รัก

ภรรยาของเขาเห็นด้วย และกล่าวว่า

งั้นพวกเราไปนั่งนึกกันที่ข้างเตาไฟไหม ตอนนี้อากาศชักหนาวแล้วซิ

ทั้งสองจึงเข้าไปใกล้เตาไฟ พลางเติมกิ่งไม้เข้าไปเพื่อให้ไฟแรงขึ้น ภรรยาของเขาพลันเอ่ยขึ้นว่า ข้าหวังว่าเราจะมีไส้กรอกใหญ่ๆ สักอันที่จะได้ย่างบนเตานี้

ชายยากจนจึงเอ่ยตามว่า "ก็ดีนะ ไส้กรอกอันหนึ่ง ขอใหญ่ๆ ก็ดีซิ"

ทันใดนั้นเอง บนตะแกรงของเตาไฟ ก็มีไส้กรอกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น !!!!

ชายยากจนพลันร้องขึ้นอย่างตกใจ

 

ที่รัก เจ้าทำให้ข้าขอพรของพวกเราไปข้อหนึ่งแล้วกับเรื่องงี่เง่านี้ ทำไม!! เจ้าต้องระวังหน่อยซิ ตอนนี้ข้าหวังจะให้มันติดที่จมูกเจ้าเพื่อเป็นการลงโทษเจ้านัก

ทันใดนั้นเอง ไส้กรอกก็ลอยไปติดที่จมูกของภรรยาเขาทันที นางพยายามดึงออก แต่มันกลับติดแน่นทีเดียว มันทำให้เธอดูประหลาดและอัปลักษณ์อย่างยิ่ง แต่ว่าปากของทั้งสองยังว่าง และดูเหมือนว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญเวลานี้ ทั้งคู่ต่างมองตากันและต่างคิดช่วงชิงที่จะขอพรข้อสุดท้าย ชายยากจนเอ่ยขึ้นก่อนว่า

สำหรับพรข้อต่อไปข้าหวังว่า...

แต่ภรรยาของเขาพลันช่วงชิงโอกาสของพรโดยเอ่ยเสียงดังก้องว่า

พรข้อต่อไปไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะขอ พรสุดท้ายต้องเป็นขอให้ไส้กรอกหลุดไปจากจมูกของข้าเดี๋ยวนี้

ชายยากจนตกใจ แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้ตัวว่าจริงๆ แล้วเขารักภรรยาของเขามาก และตอนนี้เขาได้คิดแล้วว่าเขาต้องขอพรเพื่อเธอ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเป็นความผิดของเขา ดังนั้นเขาจึงพูดตามเธอ

ขอให้ไส้กรอกหลุดไปจากจมูกของภรรยาข้าเดี๋ยวนี้

และแน่นอนไส้กรอกหล่นลงไปที่พื้น ทั้งสองคนต่างกอดกันแน่น จากนั้นภรรยาของเขาก็เอ่ยขึ้นว่า

 

พวกเราอาจจะไม่มีความสุขกับความร่ำรวยก็ได้

หรือแม้แต่กับเรื่องดีๆ ชื่อเสียง หรือแม้แต่สุขภาพแข็งแรง และอายุยืนๆ ก็ด้วย

ไม่ต้องหวังต่อหรอกจ๊ะ

 

ชายยากจนเอ่ยขึ้น

 

พวกเราเพียงยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และมีความสุขกับมัน แม้จะเป็นเรื่องโชคดีเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นทุกข์ ไม่มีความสุขกับเรื่องร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้น แต่พวกเรายังมีกันและกัน เราทั้งคู่ต่างรักกัน และนั่นเป็นความจริงที่ไม่ต้องขอพรใดๆ เลย

จากนั้นทั้งสองมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้ม พลางนั่งลงที่พื้นและกินไส้กรอกชิ้นใหญ่นั้น แน่นอนว่าเป็นไส้กรอกที่อร่อยมากๆ พวกเขามองกันแล้วก็ยิ้ม หัวเราะอย่างมีความสุข ลืมเรื่องพรอะไรนั่นไปอย่างสิ้นเชิง

ช่วยกันขยายความเพื่อสร้างความเข้าใจ

๑) ให้ช่วยกันหาคติพจน์และสุภาษิตส่งเสริมการมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้าย

๒) ให้ช่วยกันหาคำสอนของศาสนาต่างๆ ที่กล่าวถึงการมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้าย

ในทั้งสองกรณีให้มีอาสาสมัครรวบรวมบันทึกไว้ เพื่อทำเอกสารแจกให้เก็บไว้ โดยลงวันที่ไว้ด้วย

ฝึกคุณธรรม

๑) ฝึกรู้รอบ : เรื่องนี้เหมาะสมสำหรับสอนเรื่องการมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้ายหรือไม่ อย่างไร

๒) ฝึกแข็งขัน : เราจะมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้ายอย่างเหมาะสมได้อย่างไร แล้วเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำแค่ไหน

๓) ฝึกพอเพียง : การมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้ายอย่างไร จึงเรียกว่าทำได้อย่าง พอเพียง

- อย่างไรเรียกว่าขาด

- อย่างไรเรียกว่าเกิน

๔) ฝึกความยุติธรรม : การมีทัศนคติที่ดีในความโชคร้ายที่ดำเนินไปอย่างมีความยุติธรรมเป็นอย่างไร ให้ช่วยกันยกตัวอย่าง

กิจกรรมสันทนาการ

๑.ให้อาสาสมัครลองเล่าถึงเหตุการณ์ที่พลิกผันจากโชคร้ายเป็นโชคดีที่ได้เคยพบเจอ หรือได้ยินมา เพื่อให้หลายคนได้ร่วมรับรู้และสร้างกำลังใจแก่กัน

เอนก สุวรรณบัณฑิต

ปรับจากหนังสือ Discovering the Real Me, Universal Peace Federation Edition

Comment

Comment:

Tweet